บานปลาย จ่ายแล้วยังไม่จบ ซื้อหรือสร้างซอฟต์แวร์ ยังต้องจ่ายอะไรอีกบ้าง 

สวัสดีครับ ผมอาร์ม สัณห์ชัย นักรบ ครับ 

”  เมื่อบริษัทอยากได้ระบบ หรือ ซอฟต์แวร์ (ในที่นี้จอเรียกสั้นๆ ว่าระบบ ก็แล้วกัน) มาใช้ในกิจการ ไม่ว่าจะซื้อแบบสำเร็จ หรือจ้างพัฒนาก็ตาม ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายแค่ก้อนแรกเท่านั้น  “

เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ ที่นำมาใช้นั้น ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เวลาเกิดปัญหาก็มีคนช่วยเหลือ แก้ไข 

เมื่อธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนระบบ ก็ต้องสามารถแก้ไข ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ 

และนี่คือสิ่งที่คุณต้องพิจารณา เตรียม Budget ทั้งครั้งแรก และรายปี 

1 ค่าซื้อระบบ หรือ พัฒนาระบบ 
เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวก้อนใหญ่ ตามขนาดและความสามารถของระบบที่ต้องการ 

2 ค่า Hardware หรือ Cloud ที่ต้องใช้กับระบบ ไม่ว่าจะเป็น Server อุปกรณ์ต่อพ่วง
เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวก้อนใหญ่ เช่นกัน ขึ้นกับความต้องการของระบบที่เราเลือกใช้ 

แต่กรณีที่เราเลือกติดตั้งระบบบน Cloud ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 2,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ขึ้นกับความต้องการของระบบที่เราเลือกใช้

3 ค่า Maintenance ระบบ สำหรับแก้ไขเมื่อระบบเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้งานทั่วๆ ไป หรือ สำหรับ Update/Upgrade รุ่นของระบบ เมื่อผู้ผลิตระบบมีออก Update/Upgrade เพื่อให้ระบบยังใช้งานได้ดี และปลอดภัย
เป็นค่าใช้จ่ายรายปี เฉลี่ยประมาณ 15% ของค่าซื้อระบบ หรือ พัฒนาระบบ 

4 ค่าพนักงานดูแล Hardware อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และดูแลระบบในด้านของการใช้งาน
อาจจะเป็นพนักงาน 1 หรือ 2 คน ที่รับผิดชอบ ดูแลระบบในภาพรวม ค่าใช้จ่ายเป็นเงินเดือนประมาณ 30,000 – 50,000 บาทต่อเดือน 

5 ค่าพัฒนาระบบเพิ่มเติม หรือ ต่อยอด ในการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
เป็นค่าใช้จ่ายเป็นครั้งๆ ซึ่งอาจจะตั้ง Budget ประมาณ 15-20% ของค่าซื้อระบบ หรือ พัฒนาระบบ 

ดังนั้นก่อนซื้อหรือสร้างซอฟต์แวร์ซักอัน ควรพิจารณาถึงรายจ่ายทั้ง 6 ข้อ แต่เตรียม Budget ไว้รองรับ เพื่อให้ระบบที่เราอุตสาห์ซื้อหรือพัฒนามา กลายเป็นระบบที่ใช้งานไม่ได้ ไม่มีคนดูแล และเป็นเงินลงทุนที่สูญเปล่าไป 

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

Virtualization (VM)

หลังรับการปรึกษา ลูกค้ากว่า 80% สามารถนำไปแก้ไขปัญหาเองได้ทันที