ธุรกิจพุ่งทะยาน กับแนวทางการเลือกใช้ IT Outsource หรือ In-House IT เพื่อความเหมาะสมกับองค์กร 

เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการดําเนินธุรกิจองค์กรในปัจจุบัน การตัดสินใจเลือกระหว่างจ้างผู้ให้บริการ IT Outsource หรือพัฒนาระบบ IT ภายในองค์กรด้วยตัวเอง (In-House IT) จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ธุรกิจพุ่งทะยานด้วย 5 แนวทางการเลือก IT Outsource กับ In-House IT 

  1. IT Outsource ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงความเชี่ยวชาญได้รวดเร็ว แต่อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูล สำหรับธุรกิจที่มีความเสี่ยงของข้อมูล 
  1. IT Outsource ช่วยให้ประหยัดงบประมาณได้มาก และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการ 
  1. In-House IT ให้การควบคุมและความปลอดภัยข้อมูลที่ดีกว่า แต่ต้องใช้งบประมาณสูงในการพัฒนาและดูแลรักษาทีม 
  1. IT Outsource หรือ In-House IT เลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้. 
  1. ต้องประเมินอย่างรอบด้านถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสของการเลือก IT Outsource หรือ In-House IT เป็นสิ่งสำคัญ 

IT Outsource คืออะไร 

IT Outsource คือ การว่าจ้างบริษัทภายนอกดําเนินการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแทนภายในองค์กร เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ การบริหารโครงสร้างพื้นฐาน IT การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นต้น 

ข้อดีและข้อจํากัดของ IT Outsource 

IT Outsource สามารถช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อจํากัด คือ อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูลในบางธุรกิจ โดยสรุป IT Outsource มีข้อดีหลักๆ คือ 

  • ช่วยประหยัดงบประมาณและทรัพยากรการลงทุนด้าน IT ขององค์กรได้มาก 
  • สามารถเข้าถึงบุคลากรและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ 
  • มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการได้ 

ดังนั้น IT Outsource จึงเหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการประหยัดงบประมาณ หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเน้น Core Competency หลักขององค์กร 

In-House IT คืออะไร  

In-House IT คือ การบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กร โดยอาศัยทรัพยากรและบุคลากร IT ภายในบริษัทเอง  

ข้อดีและข้อจํากัดของ In-House IT 

In-House IT สามารถควบคุมการทำงานได้โดยตรงและมีความปลอดภัยจากบุคคลภายนอก แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องใช้งบประมาณสูงกว่าในการพัฒนาศักยภาพของทีม และการบำรุงรักษาระบบภายใน รวมถึงอาจขาดความยืดหยุ่น โดยสรุป In-House IT มีข้อดีหลักๆ คือ 

  • องค์กรมีสิทธิ์ในการควบคุมและกําหนดนโยบายด้าน IT อย่างเต็มที่ 
  • มีความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กรสูง 
  • บุคลากร IT เข้าใจธุรกิจและความต้องการขององค์กรได้ดีกว่า 

ดังนั้น In-House IT จึงเหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรที่ต้องการควบคุมดูแลข้อมูลสำคัญภายในบริษัทเอง 

ตารางเปรียบเทียบ IT Outsource และ In-House IT 

IT Outsource In-House IT 
ต้นทุน ต่ำ ค่าใช้จ่ายคงที่ สูง ต้องลงทุนด้าน Hardware, Software และบุคลากรเอง 
ความเชี่ยวชาญ สูง บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จำกัดอยู่ในองค์กร อาจต้องใช้เวลาพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ 
ความยืดหยุ่น สูง สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการขององค์กร จำกัด มีข้อจำกัดในการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร 
การควบคุมข้อมูลภายในองค์กร ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลจากภายนอกได้ยากกว่า แต่สามารถกำหนดขั้นตอนและกฏระเบียบเพิ่มขึ้นได้ ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลจากภายนอกได้ง่ายกว่า เพราะเป็นการเข้าถึงข้อมูลจากภายในองค์กร 
การรักษาความปลอดภัย อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ขึ้นกับการกำหนดนโยบายและมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงความเคร่งครัดของทีม อาจมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ขึ้นกับการกำหนดนโยบายและ มีมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงความเคร่งครัดของทีม 

ดังนั้นแล้ว ในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบ IT อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร ทุกองค์กรจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการใช้บริการ IT Outsource จากภายนอก หรือ พัฒนาทีม IT ภายใน (In-House) ซึ่งองค์กรควรพิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของทั้งสองทางเลือก และประเมินถึงความจำเป็นเร่งด่วน งบประมาณ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และแผนการเติบโตในอนาคตอย่างรอบด้าน จึงจะสามารถเลือกรูปแบบของการจัดการ IT ที่เหมาะสม และ ตอบโจทย์ธุรกิจขององค์กรได้อย่างแท้จริง 

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

Virtualization (VM)

หลังรับการปรึกษา ลูกค้ากว่า 80% สามารถนำไปแก้ไขปัญหาเองได้ทันที